หมูยอ/ไก่ยอ

ยำหมูยอเมนูที่หลายๆ คนชอบ นกเองก็ชอบเช่นกัน แต่อยู่ต่างแดนจะหาหมูยอ ส. ขอนแก่น ได้ที่ไหนกัน หรือถ้ามีขายก็ไม่สบายใจเรื่องสารกันบูดอีก เมืือหาซื้อไม่ได้อยากกินก็ต้องทำเอง และแล้วนกก็ได้หมูยอกินสมใจเลยอยากเอามาแบ่งปันเพื่อนๆ ชาวครัว เผื่อว่าหาหมูยอไม่ได้เช่นกัน



ส่วนผสม
เนื้อหมู 1/2 กก
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 1 ชช
พริกไทยป่น 1-2 ชช (แล้วแต่ชอบ)
กระเทียม 4-5 กลีบ
น้ำตาลทราย 2 ชช
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

วิธีทำ
1.เอาเนื้อหมูไปแช่ให้เย็นจัด แล้วนำไปปั่นใน Food Processor จนละเอียด

2.
จากนั้นใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไปปั่นให้เข้ากัน ช่วงนี้เนื้อหมูจะเริ่มคลายความเย็น ให้ใส่น้ำแข็งทุบละเอียดลงไปปั่นจะทำให้หมูยอเหนียวขึ้น
3.
นำหมูที่ได้ห่อด้วยใบตอง (นกไม่มีใบตอง) ห่อด้วยถุงพลาสติกทนความร้อน หรือถ้าไม่มีใช้กล่องพลาสติกแบบทนความร้อนแทน อัดเนื้อหมูให้แน่นอย่าให้มีรช่องอากาศข้างใน เพราะจะทำให้หมูยอเนื้อไม่แน่นสวย 4.นำหมูไปนึ่งประมาณ 25-30 นาที หรือจนกระทั้งหมูสุกค่ะ เสร็จแล้วพักให้เย็นเท่านี้ก็ได้หมูยออร่อยๆ ไว้ยำ หรือจะนำใส่ในก๋วยเตียวก็อร่อยแล้วละค่ะ


***บางคนทำหมูยอจะใส่มันหมูลงไปด้วย แต่ของนกที่ทำไม่ได้ใส่แต่นกใช้เนื้อติดมันนิด ๆ มาทำนะค่ะ แต่ทำเฉพาะเนื้อแดงก็ได้เช่นกันแล้วแต่จะชอบนะค่ะ ส่วนไก่ยอก็ใช่สูตรและวิธีทำเหมือนกัน ๆ กันค่ะ สิ่งที่สำคัญเนื้อจะต้องเย็นจัด เนื้อที่เราบดจะนุ่มเหนียวกรอบอร่อยค่ะ นี้เป็นหมูยอที่นกทำใหม่ๆ เลยหั่นมาให้ชมกันค่ะ***






ฮือก้วย /ลูกชิ้นปลาแผ่น/ปลาเส้น

ฮือก้วย/ลูิกชิ้นปลาแผ่น หรือปลาเส้น ชื่อเหล่านี้คิดว่าหลาย ๆ คนคงคุ้นหู หรือเคยได้ยิน ได้รู้จักกันมาบ้าง เค้าจะใส่ในก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟร์นี้จะเห็นบ่อยที่สุด หรือไม่ก็เอาไปย่างกินกับน้ำจิ้มรสแซบยิ่งอร่อยอย่าบอกใครเชี่ยวค่ะ ที่บ้านนกเองเวลาทำใหม่ ๆสด ๆ พอสุกก็หั่นจิ้มน้ำจิ้มกันเลย ส่วนที่เหลือจะแช่แข็งเอาไว้ใช้เวลาทำก๋วยเตียวนะค่ะ ปลาเส้นที่บ้านสองสามเดือนจะทำสักครั้ง ไม่ได้ทำบ่อยๆ อย่างที่บอกเอาไว้ใส่ก๋วยเตียวนิด ๆ หน่อยๆ พอเป็นพิธี อย่างวันนี้ทำเสร็จก็แล้วแช่แข็งเอาไว้ ทำก๋วยเตียวอีกเมื่อไรก็เอาออกจากทิ้งไว้ให้น้ำแข็งละลาย จากนั้นก็ลวกน้ำร้อนนิดหน่อยใส่ลงในชามก๋วยเตียว เ่ี่ท่านี้ก็อร่อยแล้วละค่ะ






ส่วนผสม
เนื้อปลาสด 1 กก.
เกลือ 1 ชช
น้ำตาลทราย หยิบมือ
พริกไทยป่น หยิบมือ
ผงฟู 1/2 ชช
น้ำเย็นจัด 4 ชต

วิธีทำ
1. นำมาที่ได้มาล้างทำความสะอาด แล่และขูดเอาแต่เนื้อปลาล้วน ๆ นำเนื้อปลาที่ได้ไปบดให้ละเอียด
2. ผสม เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ผงฟู และน้ำเย็นจัด คนละลายให้เข้ากัน
3. นำไปผสมกับเนื้อปลา บดให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นนำออกจากเครื่องบด แล้วนำมานวดต่ออีกประมาณ 10 นาที คลุมด้วยพสาสติกเอาเข้าช่องแช่แข็ง แช่ไว้ประมาณอีก 30 นาที หรือจะช่องแช่เย็นธรรมดาในตู้เย็นก็ได้ ประมาณ 1-2 ชม
4. พอครบกำหนดนำเนื้อปลามาปั้นให้เป็นเส้นทรงกลม หรือสี่เหลี่ยมตามชอบ จากนั้นนำไปนึ่งประมาณ 10-15 นาที หรือจนกระทั้งปลาสุก พักทิ้งไว้จนเย็น
5. เมื่อครบกำหนดนำไปทอดให้เหลือสุกสวย ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันทิ้งไว้จนเย็นตัดเป็นเส้นๆ บางหนา ตามชอบ เท่านี้นกก็ได้ลูกชิ้นปลาเส้นกินคู่กับก๋วยเตียว หรือจะลวกกินกับน้ำจิ้มแซบ ๆ ยกเสริฟแฟนคลับแล้วละค่ะ

***จานนี้เป็นปลาเส้นที่นกทำเสร็จแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ จะได้เห็นเนื้อด้านในของปลาเส้นชัด ๆ ไปเลย เพื่อนๆ คนไหนมีปลาเยอะ ลงทำดู ดีกว่าเราไปซื้อทำง่ายไมยากเลย หรือไม่เวลาเพื่อนๆ ทำลูกชิ้นปลาแล้วแบ่งส่วนมาทำปลาเส้นบ้างก็ได้ค่ะจะได้มีหลากหลายในชามก๋วยเตี๋ยวของเรากันนะค่ะ***







ส่วนชามนี้ก็เป็นมาม่าหมูสับ ใส่ปลาเส้นค่ะ




ข้าวเกรียบมันฝรั่ง/ ข้าวเกรียบกุ้ง

ช่วงนี้นกมีเวลาว่างเยอะ เลยจัดโน่นนี้ไปเรื่อยโดยเฉพาะห้องครัว รื้อข้าวของปรับเปลี่ยนมุม รื้อไปมาไปเจอะแป้งมัน 2 ถุง ที่เพื่อนแฟนคลับซื้อให้นานจนนกลืมไปเลยค่ะ มีเยอะขนาดนี้ ทำอะไรดีเมนูที่ใช้แป้งมันเยอะขนาดนี้ มีอยู่อย่างหนึ่งก็คือข้าวเกรียบ ไม่รอช้าจัดการเลย วันนี้นกเลือกทำข้าวเกรียบมันฝรั่ง กับข้าวเกรียบกุ้งค่ะ


ส่วนผสมข้าวเกรียบกุ้ง

เนื้อกุ้งสด (ปอกเปลือก) 1 ถ้วย

กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต

พริกไทยปน 1 ชช
เกลือปน 1 ชช
แป้งมัน 2 ถ้วย

น้ำเดือด 1/2 ถ้วย


วิธีทำ

1.โขลกกุ้งให้ละเอียด ใส่กระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้เข้ากัน

2. ผสมกุ้งกับแป้งมันให้เข้ากัน นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว

3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)

4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ
5.เวลาทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักให้เย็นแล้
วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วละค่ะ

***นอกจากข้าวเกรียบกุ้งแล้ว นกยังทำข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบมันฝรั่ง ข้าวเกรียบแครรอท ซึ่งส่วนผสมและวิธีการทำคล้าย ๆ กับข้าวเกรียบกุ้ง แต่จะไม่มีส่วนผสมของน้ำเดือด เพราะผักจะมีน้ำอยู่ในตัวแล้ว การใส่ส่วนผสมของผักจะใส่สัดส่วนของ ผักให้น้อยกว่าสัดส่วยของแป้ง ครึ่งหนึ่ง เช่นข้าวเกรียบฟักทอง ถ้าใช้แป้งมัน 2 ถ้วย เนื้อฟักทองบดจะใช้ 1 ถ้วย เป็นต้น การทำข้าวเกรียบผัก จะต้องบดผักที่ใช้่อย่างละเอียด แล้วนำมาผสมกับแป้งในขณะที่ผักบดยังร้อนอยู่ไม่ต้องคอยให้เย็นนะค่ะ และจะต้องใส่น้ำมันพืชลงไปสักเล็กน้อย เพื่อให้แป้งนวลไม่ติดมือ การนวดส่วนผสมจะต้องไม่เหลวเกินไป หรือแข็งเกินไป นะค่ะ***


ส่วนผสมของข้าวเกรียบมันฝรั่ง
เนื้อมันฝรั่งบด 1/2 ถ้วย แป้งมัน 1 ถ้วย
กระเทียมโขลกละเอียด 2 ชต

พริกไทยปน 1 ชช

เกลือปน 1 ชช

น้ำมันพืช เล็กน้อย


วิธีทำ
1.โขลกกระเทียม พริกไทย เกลือ โขลกให้ละเอียดเข้ากัน

2.ต้มมันฝรั่งแล้วนำมาบด จากนั้นนำไปแป้งมัน กระเทียมที่โขลกละเอียดไว้แล้ว นวดให้นิ่ม ถ้าแป้งยังแข็งให้ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยพอให้แป้งจับตัวปั้นเป็ นก้อนได้ จากนั้น นำแป้งมาปั้นให้เป็นรูปกลมยาว
3.ปูผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดในลังถึง วางส่วนผสมที่ปั้นไว้ตรงกลางนึ่ง โดยใช้ไฟแรงประมาณ 1 ชมหรือจนกระทั้งสุก จากนั้นก็นำพาสติกมาพันหุ้มให้เรียบร้อย พักให้เย็นแล้วไปแช่ไว้
ในตู้เย็นช่องธรรมดาประมาณ 4-5 ชม (ให้แป้งแข็งตัวเพื่อจะได้หั่นง่าย ๆ แต่อย่าให้แข็งตัวมากเกิืนไปจะหั่นยาก หรืออ่อนตัวเกินไปก็จะติดมือหั่นไม่ได้)
4.จากนั้นก็นำไปแช่ไว้ในตู้เย็น ช่องธรรมดา1วัน เอาออกมาหั่นเป็นแผ่นบางๆ นำตากให้แห้งสนิท ประมาณ 1-2 แดด (ที่บ้านไม่ค่อยมีแดด เลยตากประมาณ 2 วัน) จากนั้นนำไปทอดได้เลยค่ะ

5.เวลา ทอดใช้ไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ทอดน้ำมันมาก ใส่ข้าวเกรียบทีละน้อย ช้อนข้าวเกรียบตลอดเวลา ให้ข้าวเกรียบพองเสมอกันทั่ว ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน พักใ ห้เย็นแล้วนำบรรจุถุง เท่านี้ก็ได้ข้าวเกรียบอร่อยๆ ไว้เลี้ยงในงานสังสรรแล้วล ะค่ะ

แยมแอปเปิ้ล

ช่วงนี้เป็นหน้าแอปเปิ้ลค่ะ หันไปทางไหนก็เห็นแต่แอปเปิ้ลเต็มต้นไปหมด บางบ้านมีเยอะจริงๆ เลยไม่สนใจปล่อยให้นกกามากิน หรือไม่ก็ปล่อยให้ล่วงหล่นเน่าเสียไป นกเห็นแล้วเสียดายจริงๆ ยังพูดกับแฟนคลับเลยค่ะทำไม่เค้าไม่เอาไปทำบ้างหรือ แฟนคลับบอกว่ามันมีเยอะเกินก็เลยเค้าไม่รู้จะเอาไปทำอะไรเหมือนกันนะซิ ที่นี้เค้าแบ่งชนิดของแอปเปิ้ลนะค่ะมีหลากหลายชนิดเลยทีเดียว อย่างที่บ้านพ่อแม่แฟนคลับออกลูกดกมากๆ เวลาไปบ้านท่านพ่อแฟนคลับมักจะเก็บใส่ถุงให้ประจำ ครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ แต่นกไม่คิดเลยว่าจะเก็บใส่ถุงให้เต็มถุงเทสโก้สีน้ำเงินน ประมาณ 5-6 กก. ได้มั่งค่ะ หลังจากใช้ทำเป็นไส้พายเสร็จแล้ว นกก็แบ่งเอามาทำทำแยมอีกส่วนหนึ่ง ยังหรืออีกส่วนเก็บเอาไว้ปรุงอาหารอื่น



ส่วนผสม
แอปเปิ้ล 2 กก
น้ำตาลทราย 1/2 กก
น้ำมะนาว 1/2 ลูก
เกลือป่น พอประมาณ

วิธีทำ
1. เอาน้ำใส่ลงให้หม้อ หรือภาชนะใบใหญ่ เติมเกลือป่นลงไปพอประมาณ แล้วคนให้เกลือละลาย หั่นปอกเปลือกแอ๊ปเปิ้ล คว้านไส้ และเม็ดออก จากนั้นนำลงแช่ลงในน้ำเกลือที่เตรียมไว้
2. นำแอ๊ปเปิ้ลที่แช่น้ำเกลือ มาหั่นซอย แล้วสับละเอียดตามชอบ (พยายามให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้)พักไว้
3. เอาแอ๊ปเปิ้ลที่หั่นเตรียมไว้ เทใส่ลงหม้อ หรือกระทะ ยกขึ้นตั้งเตาไฟใช้ไฟอ่อน ให้เนื้อแอ๊ปเปิ้ลสุกนิ่ม โดยใช้ไม้พายกวนไปมา กดบี้เนื้อให้เละ (พยายามกวนให้ทั่วถึงกัน แต่ไม่ต้องกวนบ่อยนะค่ะ)
4. พอเนื้อแอปเปิ้ลสุกนิ่มดีแล้วใส่น้ำตาลลง กวนจนกระทั้งน้ำตาลละลายเข้ากันดีกับเนื้อแอปเปิ้ล ใส่น้ำมะนาวลงไป ชิมรสตามชอบ กวนต่อไปจนกระทั้งน้ำงวดแห้ง (ต้องกวนอยู่ตลอดเวลา)เสร็จแล้วนำบรรจุขวดที่ต้มฆ่าเชื้อไว้แล้ว ปิดฝาขณะที่แยมยังร้อนอยู่
5.นำขวดแยมไปต้มในน้ำร้อนอีกประมาณ 30-45 นาที ครบกำหนดยกขวดออกมาตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เสร็จแล้วเก็บไว้ในตู้เย็นเท่านี้ก็ได้แยมอร่อยแล้วละค่ะ

***แยมที่นกทำสามารถเก็บไว้ได้เป็นเดือนเลยที่เดียวค่ะ เรื่องของความหวานของแยม ถ้าเพื่อนๆ ชิมรสแล้วอยากให้แยมมีรสหวานอีก เพิ่มน้ำตาลลงไปได้นะค่ะ ของนกไม่ได้เพิ่มน้ำตาลเพราะแอปเปิ้ลไม่เปรี้ยเลยไม่ได้เพิ่มน้ำตาล แต่ถ้าแอปเปิ้ลของเพื่อน ๆ มีรสเปรี้ย ไม่ต้องเพิ่มน้ำมะนาวนะค่ะ เพราะมันเปรี้ยอยู่แล้ว วันนี้นกได้แยมประมาณ 4 ขวด แต่นกใส่ขวดไว้ 3 ขวดที่เหลือเอาไปทำขนมอบ และนี้ก็เป็นแอปเปิ้ลที่พ่อแฟนคลับให้มาค่ะ***



ส่วนนี้ก็เป็น Apple Lattiec Pies ไส้แยมค่ะ




มะเขือเทศแช่อิ่มแห้ง/มะเขือเทศเชื่อมแห้ง

นกตั้งหัวเรื่องเอาไว้หลายวันแล้วละค่ะว่าจะเขียนสูตรและโพสให้เสร็จ พอสูตรเขียนเสร็จ ดันไม่ได้ถ่ายรูป หยิบกินเพลินลืมถ่ายตอนเสร็จ เลยต้องคอยทำครั้งใหม่ครั้งนี้ทำเสร็จแล้ว คอยให้มะเขือเทศแห้งสนิท ถ่ายรูปเสร็จก็เอามาลงเสียเลย อย่างที่นกบอกค่ะว่ามีมะเขือเทศที่พ่อแม่ปลูกเอาไว้มีเยอะจริงๆ อยู่กันสองคนปลูกเยอะๆกินไม่ทัน นกเลยได้มะเขือเทศจากสวนพ่อแม่มากินที่บ้านทุกครั้งที่ไปหาเช่นกัน นกเลยต้องหาเมนูมาจัดการกับเจ้ามะเขือเทศ เพื่อไม่ให้เสียของก่อนที่มันจะเน่าคาต้นเสียหมด มะเขือเทศแช่อิ่มแห้ง อยู่เมืองไทยเห็นตามงานเกษตร ซื้อกินแล้วถูกใจในรสชาติ ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าอยู่มาวันหนึ่งได้มีโอกาสทำกับเค้าด้วย หลายๆ อย่างอยู่เมืองไทยของกินบางอย่างซื้อหาได้สะดวกไม่ต้องทำให้ยุ่งยาก แต่พอมาอยู่ต่างแดนถ้าไม่ทำก็ไม่ได้กิน อย่างเจ้ามะเขือเทศแช่อิ่มแห้งที่นกทำพ่อแม่แฟนคลับชอบมาก ๆ เลยที่เดียว ครั้งก่อนทำไปฝากท่านทั้งสองครึ่งกิโล พ่อบอกว่ากินเล่นสองสามวันหมดกล่องโดยไม่รู้ตัว คริ ๆ สงสัยคงต้องชอบเอาจริงๆ เลยละค่ะ เพื่อน ๆ ฝรั่งที่นกเอาไปให้ชิมก็ชอบ มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ชอบกินมะเขือเทศเท่าไรพอได้ชิมเข้าก็บอกว่าอร่อยดี นกดีใจนะค่ะที่เมนูไทย ๆ ทำแล้วฝรั่งต่างชาติชื่นชอบ



มะเขือเทศเชอร์รี่ ประมาณ 1 กก
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1/2 ซีก
น้ำปูนใส 2 ถ้วย


วิธีทำ
1. ล้างมะเขือเทศเชอร์รี่ให้สะอาด ผึ่งไว้พอแห้ง จากนั้น ใช้มีดคม ๆ กรีดข้าง ๆ ผลแต่ละลูกกรีด(อย่าให้ขาด) 4-5 แฉก แล้วใช้สันมือกดเบาๆให้เมล็ดข้างในไหลออกมา ทำเช่นนี้จนหมดมะเขือเทศ
2. นำมะเขือเทศที่เตรียมไว้ ไปแช่ในน้ำปูนใส กะให้น้ำปูนใสท่วมมะเขือเทศ ใช้มือกดเบา ๆ ให้น้ำปูนใส่ท่วมมะเขือเทศ แช่ในน้ำปูนใส นานประมาณ 1-2 ชม
3. เมื่อครบกำหนดเวลา นำมะเขือเทศขึ้นบีบส่ายเขย่าเบา ๆ ทีละลูก นำเอามาวางพักให้แค่พอสะเด็ดน้ำ
4. นำมะเขือเทศลงในกระทะทองเหลือง หรือกระทะเทฟลอน ใส่น้ำตาลลงไปในกระทะมะเขือเทศ เปิดไฟกลางค่อนข้างอ่อน เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย เชื่อมจนกว่าน้ำเชื่อมจะงวดเหนียว จากนั้นบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปในกระทะมะเขือเทศ ใช้ช้อนตักขึ้นทีละลูก นำเรียงบนตะแกรงนำไปตากแดดจนแห้งสนิท เก็บใส่ขวดหรือใส่กล่อง ปิดฝาให้สนิท เก็บไว้กินเล่นหรือจะใช้ทำขนมคุ๊กกี้เค้กแล้วแต่จะชอบได้เลยค่ะ

***มะเขือเทศแช่อิ่มแห้งสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนเลยละค่ะ ที่บ้านเก็บไว้ไม่ถึงเดือนหลอกค่ะนกหยิบกินเล่นไม่กี่วันก็หมด ครั้งนี้กะไว้ว่าจะไม่หยิบกินเล่นทำเสร็จแล้วจะเก็บเอาไว้ใช้ทำขนมไม่รู้จะได้ไม่นะเนี้ย กลัวหยิบกินจนลืมเหมือนครั้งก่อนอีก นึกขึ้นได้ไม่พอใช้ทำขนมเสียอีก***


ซอสมะเขือเทศ

วันนี้นกทำซอสมะเขือเทศอีกรอบแล้วละค่ะ แต่รอบนี้คงเป็นมะเขื่อเทศรุ่นสุดท้ายที่เก็บพร้อมกับความหนาวที่กำลังเข้ามาเยือน มะเขือเทศทั้งหมดนี้ปลูกที่บ้านพ่อแม่แฟนคลับซึ่งแต่ละปีพ่อแม่จะช่วยกันปลูก มีอยู่สองสามชนิด โดยเฉพาะลูกโต ๆ เหมือนกับฟักทองแม่จจะปลูกไว้หลายสิบต้นเลยที่เดียว เรียกว่าเยอะมากๆ ก็ว่าได้ค่ะ ขนาดว่าเก็บกินสด ใช้ประกอบอาหารแล้วก็ยังมีเหลืออีกเยอะ นกเลยเก็บมาทำซอสมะเขือเทศเสียเลย จริง ๆ แล้วซอสมะเขือเทศที่ขายอยู่ตามซุปเปอร์ราคาไม่แพงหรอกนะค่ะ แต่ถ้าเรามีวัตถุดิบอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อหาให้เปลืองเงิน เอาวัตถุดิบที่เรามีมาแปลงสภาพนกคิดว่ามันก็คุ้มค่าดีเพื่อน ๆ ว่าไม่ค่ะ ปีนี้นกทำซอสมะเขือเทศ 3 รอบแล้วค่ะ ปีที่แล้วอากาศดีกว่าปีนี้มะเขือเทศออกเยอะเก็บทำซอสได้ตั้ง 5 รอบ เห็นพ่อแฟนคลับบอกว่าปีนี้อากาศไม่ค่อยจะดีนะค่ะ สำหรับนกไม่เป็นไรค่ะมีเท่าไรก็ก็ทำเท่านั้น



ส่วนผสม
มะเขือเทศสุก 1 กก
หอมใหญ่ 1/2 หัว
กระเทียม 7-8 กลีบ
พริกแดงผ่าเม็ดออก 1 เม็ด
กานพลู 2-3 ดอก
อบเชย 1 ชิ้น (ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว)
น้ำตาลทราย ตามชอบ
เกลือป่น หยิบมือ
น้ำสมสายชู ตามชอบ (นกใช้ไปชิมไปให้ออกรสเปรี้ยวนิด ๆ)
พริกไทยป่น หยิบมือ

วิธีทำ
1. นำมะเขือเทศมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ ตามชอบ หั่นหอมหัวใหญ่ พริก และกระเทียมใส่ลงในหม้อ
2. เอาหม้อขึ้นตั้งบนเตาเปิดไฟค่อนข้างอ่อน ตั้งไฟเคี่ยวจนนุ่ม
3. เมื่อส่วนผสมนุ่มได้ที่ ปิดไฟในเตา ยกออกมาวางพักไว้ให้เย็น เมื่อเย็นแล้วก็นำไปปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่เนื้อ ส่วนกากที่เหลือให้เททิ้งไป
4. นำเนื้อที่กรองแล้วไปเคี่ยวให้งวดสักนิดหน่อย จากนั้นโรยพริกไทยป่น น้ำส้มสายชู กานพูล อบเชย (เครื่องเทศต้องห่อผ้าขาวผูกให้เรียบร้อยแล้วจึงเอาลงต้ม) น้ำตาลทราย และเกลือ ชิมรสตามชอบ จากนั้นเคี่ยวต่อให้งวดจนเหมือนกับซอส
5. เตรียมขวดล้างต้มฆ่าเชื้อเสียก่อน จากนั้นตักซอสขณะยังร้อน ๆใส่ขวดปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ให้เย็นจากนั้นเอาเข้าตู้เย็นได้เลยค่ะ

***ซอสมะเขือเทศที่ทำสามารถเก็บไว้นานประมาณ 1 เดือน ของนกทำทีหนึ่งได้ประมาณสองขวด เดือนหนึ่งกินหมดไม่เหลือ จริงๆ แล้วหมดก่อนหนึ่งเดือนเสียอีก อยากบอกว่าแฟนคลับชอบนะค่ะ แต่ถ้านกทำไปฝากพ่อแม่แล้วก็จะไม่ผสมเครื่องเทศ กระเทียม และพริกลงไปนะค่ะ เพราะท่านทั้งสองไม่ชอบใส่แต่หอมอย่างเดียวก็อร่อยเช่นกันค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ชอบก็ไม่ต้องใสก็ได้นะค่ะ สำหรับซอสมะเขือเทศของนกจะมีรสเผ็ดนิดๆ ไม่มากค่ะ เด็ก ๆ กินได้ไม่ต้องกังวลนะค่ะ ***


ลูกชื้นหมู

ลูกชิ้นเด้งดึง ๆ มาแล้วจ้า ด้วยความที่เป็นคนชอบอาหารเส้น ดังนั้นลูกชิ้นเป็นเมนูที่ขาดไม่ได้เลยที่เดียว ทำครั้งหนึ่งเก็บไว้กินหลายวันเลยค่ะ ส่วนใหญ่นกจะแบ่งแช่แข็งเอาไว้ นอกจากจะใส่ในก๋วยเตียวแล้วบางครั้งยังเอามาทอด ปิ้งย่าง ยำ หรือไม่ก็เอามาแกง อยู่เมืองไทยหาซื้อได้ง่าย อยู่ต่างแดนหาซื้อยากแถมยังแพงทำเองดีกว่าปลอดภัยไร้สาร ว่าแล้วเข้าครัวกันเถอะค่ะ



ส่วนผสม
เนื้อหมูบดละเอียด 500 กรัม
ซีอิ๊วขาว 2 ชต.
น้ำตาล 1 ชต.
แป้งข้าวโพด 2 ชต.
ผงฟู 1 1/2 ชต.
เกลือ 1/2 ชช
น้ำมันพืช 2 ชต.
น้ำเย็นจัด 2 ชต
พริกไทยตามชอบ

วิธีทำ
1 ผสมเกลือ น้ำตาล ซีอิ๊ว แป้งข้าวโพด ผงฟู น้ำและน้ำมันเข้าด้วยกันใส่ลงไปเนื้อหมูบดละเอียด นวดให้เข้าจนเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด เติมพริกไทยลงไปแล้วนวดต่อให้เข้ากันอีกครั้ง
2 นำหมูบดที่นวดเสร็จแล้วแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชม
3.ตั้งกระทะใส่น้ำตั้งบนเตาใช้ไฟแรงต้มให้เดือด จากนั้นดับไฟที่ต้มน้ำในกระทะ เอาหมูบดออกมาบีบให้เป็นก้อนกลม แล้วใช้ช้อนตักใส่ลงในกระทะที่มีน้ำร้อนทำแบบนี้จนหมดค่ะ เปิดเตาอีกครั้งต้มต่อใช้ไฟอ่อนที่สุดอย่าให้น้ำในกระทะเดือน
4 เตรียมน้ำเย็นใส่น้ำแข็งไว้1กะละมัง พอลูกชิ้นในกระทะเริ่มลอยลูกชิ้นได้ที่เริ่มจะสุก พอลูกชิ้นสุกได้ที่ตักใส่กะละมังที่ใส่น้ำและน้ำแข็งทิ้งๆไว้สักครู่จากนั้นตักใส่จานหรือกล่องเก็บแช่ตู้เย็นไว้ปรุงกับกว๋ยเตียว หรืออาหารอื่น ๆ ได้เลย

***สุตรนี้ใช้ได้กับทุกเนื้อ แต่ที่บ้านส่วนใหญ่จะมีลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นไก่ และลูกชิ้นไก่งวง ส่วนลูกชิ้นกุ้ง ปลา นกใช้อีกสูตรหนึ่ง แต่ขั้นตอนของการทำลูกชิ้นก็จะคล้าย ๆ กันนะค่ะ***

ลูกชิ้นไก่


ลูกชิ้นไก่งวง